fbpx

“คีย์บอร์ด” (Keyboard) 1 ในไอเทมชิ้นสำคัญสำหรับ iPad ที่ควรติดไว้ เพราะนอกจากปากกา Stylus แล้วคีย์บอร์ดก็ถือเป็นอุปกรณ์ช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้ iPad ได้เป็นอย่างดี โดยเพราะเรื่องของงานเอกสารที่ในบางครั้งอาจจำเป็นต้องแก้ในเวลาเร่งด่วนและอาจไม่ใช่เวลางานด้วย ทำให้ไอเทมเหล่านี้ช่วยตอบโจทย์การใช้งานในโมเมนต์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี โดยในคอนเทนต์นี้ Genius Gadgets ได้รวบรวมคีย์บอร์ด (Keyboard) iPad คุณภาพเยี่ยมในราคาสบาย ๆ ไว้ทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน รุ่นไหนดีตัวไหนเหมาะกับคุณเลือกชมได้เลย

4 คีย์บอร์ด (Keyboard) iPad คุณภาพเยี่ยมที่ต้องมี

Genius FOLIO PRO 2 (1,999-2,299 บาท)

สินค้าเรือธงของแบรนด์ Genius gadgets พัฒนาต่อเนื่องมาเป็นรุ่นที่ 2 เป็นทั้งคีบอร์ดและเคส iPad รวมไว้ในชุดเดียวกันกับ Genius FOLIO PRO 2 ซึ่งคุณสมบัติของรุ่นนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ โดยจุดเด่นของตัวคีย์บอร์ดที่ได้รับการปรับปรุงจากรุ่นแรก ตั้งแต่ขนาดของ Trackpad ที่ใหญ่ขึ้น พร้อมกับใช้ระบบการทำงานแบบขากรรไกร ช่วยให้พิมพ์ได้สนุกและมันส์มือมากขึ้น, ชิปเซ็ตที่ได้รับการอัปเกรดเป็น Genius x Broadcom ที่ให้ Bluetooth 5.1 มาด้วย ทำให้สัญญาณนิ่งมากขึ้น แก้ปัญหาการเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ไม่มีหลุด

ส่วนจุดเด่นที่ทำให้ยอดขายกว่า 10,000 ชุด คือการตั้งได้หลายรูปแบบทั้งแนวตั้ง และแนวนอนถึง 6 ระดับ ตัวเคสสามารถป้องกันการบิดงอของเครื่องและกันรอยขีดข่วนได้ดี สามารถถอดแยกจากคีย์บอร์ดได้เมื่อไม่ใช้งาน ที่สำคัญมีแถมปก Cover ไว้สับเปลี่ยนกับคีย์บอร์ดได้ด้วย เป็นชุดเคสคีย์บอร์ดสำหรับ iPad ที่จบครบในชิ้นเดียวได้เลย

Genius Keyboard “LUMOS X” (999 บาท)

คีย์บอร์ดสำหรับ iPad คุณภาพเยี่ยม ที่มีการพัฒนาจากคีย์บอร์ดรุ่นก่อน ๆ ของทางแบรนด์ จนกลายเป็น “LUMOS X” ที่ให้ประสิทธิภาพแก่ผู้ใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม จุดเด่นของคีย์บอร์ดรุ่นนี้มีหลายสิ่งที่ต้องพูดถึง เช่น Genius x Boardcom Chipset Bluetooth 5.1 ที่ทาง Genius ได้ร่วมพัฒนาทำให้ได้สัญญาณ Bluetooth ที่เสถียรมากขึ้น ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด, Trackpad ใหญ่กว่าคีย์บอร์ด iPad ทั่วไป 2 เท่า ช่วยให้พิมพ์ได้ถนัดมือมากกว่าขึ้น และมีแถบคีย์ลัดเพิ่มเข้ามาด้วย นอกจากนั้น LUMOS X ยังสามารถใช้งานในที่แสงน้อยได้ด้วยไฟ LED 7 สี พร้อมปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับ ซึ่งทั้งหมดนี้รวมไว้อยู่ใน Genius Keyboard “LUMOS X” ชิ้นเดียวจบ

Genius Keyboard case “Max Series 2” (1,399 บาท)

ถัดมาเป็นคีบอร์ดและเคส iPad Genius Keyboard case “Max Series 2” คุณภาพเยี่ยมอีกชุดที่ตัวเคสสามารถหมุนได้ (Rotated Case) เพื่อการใช้งานหลากรูปแบบ โดยในรุ่นนี้ก็ได้มีการต่อยอดจากรุ่นแรกด้วยเช่นกัน ซึ่งมีการพัฒนาขึ้นหลายจุด เช่น Bluetooth อัปเกรดเป็น 5.0 ที่ช่วยลดความดีเลย์ของสัญญาณได้มากกว่าเดิม ใช้งานอุปกรณ์ได้ 3 อย่างพร้อมกันโดยไม่มีชิ้นใดหลุด ส่วนคีย์บอร์ดก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ เพราะใช้ระบบการทำงานแบบขากรรไกรทำให้พิมพ์ได้สนุกและเพลินมากขึ้น มีแถมคีย์ลัดเพิ่มเข้ามาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน นอกจากนั้นตัวีย์บอร์ดก็มาพร้อมไฟ LED ถึง 7 สีด้วยเช่นกัน เพื่อการใช้งานที่พร้อมทุกสถานการณ์

Genius Keyboard “Max II” (999 บาท)

สุดท้ายกับคีย์บอร์ด iPad กับรุ่น Max II จาก Genius Gadgets โดยคีย์บอร์ดตัวนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่คล้ายกับ Genius Keyboard case “Max Series 2” แตกต่างกันที่เป็นคีย์บอร์ดเพียงชิ้นเดียว ซึ่งการในการใช้งานก็จัดว่าดีไม่แพ้ใคร ด้วยชิปเซ็ต Bluetooth 5.0 จาก Broadcom ที่ทำให้สัญญาณเสถียรกว่ารุ่นแรก ไม่รบกวนสัญญาณจากอุปกรณ์อื่น ๆ (สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์พร้อมกันได้ 3 อย่าง) มีไฟสำหรับการใช้งานกลางคืนด้วยไฟ LED 7 สี เลือกปรับระดับความสว่างได้ 3 ระดับ วัสดุของตัวคีย์บอร์ดใช้อลูมิเนียม อัลลอย เกรดพรีเมี่ยมในการผลิต ทำให้แข็งแรงและทนทาน เป็นคีย์บอร์ด iPad คุณภาพเยี่ยมจาก Genius อีกชิ้นที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

สรุปเกี่ยวกับ คีย์บอร์ด (Keyboard) iPad ทั้ง 4 รุ่น

สำหรับคีย์บอร์ด (Keyboard) iPad ทั้งหมดตามข้างต้นที่แนะนำไปจะแบ่งออกไปเป็นประเภทหลัก ๆ คือ “คีย์บอร์ดชิ้นเดียว” และ “เคสคีย์บอร์ด” โดยทั้ง 2 ประเภทมีความแตกต่างในแง่ของการใช้งานภายนอก อย่างคีย์บอร์ดชิ้นเดียวก็จะเหมาะกับการใช้พิมพ์อย่างเดียว พกพาแบบแยกชิ้น ส่วนเคสคีย์บอร์ดก็จะเหมาะกับคนที่ชอบพกแบบ All-in-One ในชุดเดียว ทั้ง iPad, คีย์บอร์ด, ปากกา และเคสป้องกันตัวเครื่อง ซึ่งทั้ง 2 ชนิดสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ และใครที่สนใจคีย์บอร์ดทั้ง 4 รุ่น สามารถสั่งกับ Genius Gadgets ได้โดยตรง พร้อมบริการหลังการขายให้ทุกคน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

LINE LOGO SVG