fbpx

          สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตอุปกรณ์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตยุคใหม่ ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็นดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ใช้ทำงาน หรือเรียนหนังสือ ซึ่งเจ้าสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตก็สามารถตอบสนองแทบทุกความต้องการได้ โดยที่เราสามารถใช้พวกมันแทนสมุดจดโน้ต ทำการบ้านส่งคุณครู หรือแม้แต่ใช้เป็นกระดาษวาดภาพ ที่ไม่ต้องสแกนก็สามารถเขียนหรือวาดแล้วส่งเป็นไฟล์ดิจิทัล โพสต์แบ่งปันกับคนอื่นได้ทันที จึงทำให้มีอุปกรณ์เสริมที่สำคัญที่เข้ามาช่วยให้การวาดและการเขียนสามารถทำได้เทียบเท่าหรือดีกว่าใช้กระดาษ นั่นก็คือ ปากกา Stylus หรือ ปากกา iPad นั่นเอง

          ซึ่งปากกา iPad ในท้องตลาดทุกวันนี้ก็ไม่ได้มีเพียง Apple Pencil เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายแบรนด์ที่ผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานทั้งบน iPad และอุปกรณ์สมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ โดยปากกาเหล่านั้นก็มีคุณภาพที่ดีเยี่ยม แทบไม่ต่างกันกับปากกา iPad ของ Apple เลยทีเดียว

ปากกา iPad ยี่ห้อไหนดี?

          ท่ามกลางปากกา iPad ที่มีให้เลือกนับร้อยแบรนด์ในตลาด ถ้าเอ่ยถามว่า ปากกา iPad ยี่ห้อไหนดี? คงมีหลายยี่ห้อให้คุณเลือกจนตาลาย เราจึงคัดเอา 5 แบรนด์ปากกา iPad คุณภาพเยี่ยม หลากหลายราคาและฟังก์ชั่น มาให้คุณได้เก็บไว้พิจารณา

1. Apple Pencil (2nd Generation)

          เมื่อปากกาและแท็บเล็ตมาจากค่ายเดียวกันจึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเชื่อมต่อหรือการใช้งานที่เข้ากันได้ดี ซึ่งคุณภาพของ Apple Pencil เป็นที่เลื่องลือในประสิทธิภาพการใช้งานที่ล้นเหลือ พร้อมฟังก์ชั่นมากมาย ตัวปากกามีน้ำหนักเบาเหมาะมือ ไวต่อแรงกด จึงให้การเขียนหรือลากเส้นทำได้อย่างไหลลื่น คล้ายกับการใช้ดินสอจริง จึง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้วาดรูป สเก็ตช์ภาพ ระบายสี จดโน้ต ฯลฯ สามารถเชื่อมต่อ Bluetooth และยึดติดด้วยแถบแม่เหล็กสำหรับจับติดด้านข้างของ iPad


ราคาประมาณ 4,490 บาท

2. GOOJODOQ รุ่น 11th

          ปากกา iPad ที่รองรับการใช้งานกับ Apple iPad รุ่นปี 2018-2022 เท่านั้น เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป การวาดและการเขียนจัดบันทึกที่ไม่ต้องการความละเอียดสูง มีฟังก์ชั่นการปรับน้ำหนักเส้นแบบไดนามิกตามมุมที่วางปากก ชาร์จ 1 ครั้งใช้งานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง พร้อมระบบ Magnetically ที่สามารถยึดติดกับด้านข้างของ iPad ด้วยแม่เหล็ก  ชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ชาร์จแบบ USB Type-C

ราคาประมาณ 689 บาท

3. Genius Pencil รุ่น Pro Max

          ปากกา iPad ที่รองรับกับ iPad ตั้งแต่ปี 2018 ขึ้นไป ตัวปากกามาพร้อมกับฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล มีระบบตรวจจับฝ่ามือ (Palm Rejection) จะช่วยให้เราสามารถวางมือบนหน้าจอขณะวาดหรือเขียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ รองรับการปรับขนาดเส้นหนักเบาด้วยการเอียงดินสอ ระบบ Magnetic Built in แถบแม่เหล็กที่ตัวปากกาที่ช่วยให้สามารถแปะติดกับ iPadได้ สามารถแปะชาร์จแบบไร้สาย บอกสถานะแบตเตอรี่ เป็น % บน iPad โดยการชาร์จ 1 ครั้ง ใช้งานได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมง และสแตนบายด์รอได้นานถึง 2 สัปดาห์ หัวปากกามีขนาดเรียวเล็กเพียง 1.0 mm แบบเดียวกับ Apple pencil 2 เหมาะกับการใช้วาดรูป การเขียนจดบันทึกและงานเอกสารต่างๆ โดยสามารถใช้ได้กับฟิล์มทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกระจกหรือ Paperlike

ราคาประมาณ 999 บาท

4. SWITCHEASY รุ่น EASYPENCIL PLUS

          มาพร้อมกับเทคโนโลยี Palm Rejection รองรับการวางมือบนหน้าจอ ระบบ Magnetic Attaching มาพร้อมแม่เหล็กที่สามารถดูดติดกับเข้ากับเครื่อง iPad Pro 11 / iPad Pro 12.9 รุ่นปี 2018-2020 แม้จะไม่รองรับการชาร์จแบบไร้สายแต่มีระบบ Fast Charging ด้วย USB Type-C ที่ชาร์จเต็มได้ภายใน 25 นาที ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง เหมาะกับการใช้งาน วาดรูปและการจดบันทึกทั่วไป

ราคาประมาณ 1,290 บาท

5. Elago รุ่น Stylus Slim

          elago เป็นแบรนด์จากอเมริกาที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมต่างๆ ให้กับ Apple โดยปากกา iPad elago รุ่น Stylus Slim มีจุดเด่นตรงที่สามารถใช้กับอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ iPad ได้ หัวปากกาเป็นยาง (สามารถถอดเปลี่ยนได้) มีลักษณะกลมมนให้ความนุ่มนวลและปกห้องการขีดข่วนหน้าจอ จึงเหมาะกับการใช้งานจดบันทึกงานวาดเขียนทั่วไป

ราคาประมาณ 790 บาท

ปากกา iPad ซื้อที่ไหน?

          ในปัจจุบันปากกา iPadมีวางจำหน่ายตามร้านอุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมถึงตามเว็บช้อปปิ้งออนไลน์ แต่เพื่อความมั่นใจแนะนำให้เลือกซื้อจากร้านหรือเว็บไซต์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้รับสินค้าที่เป็นของแท้ มีการรับประกันอย่างถูกต้อง

วิธีการดูแลปากกา iPad เพื่อการใช้งานได้อย่างยาวนาน

          ปากกา iPad เป็นอุปกรณ์ที่เมื่อใช้งานไปนานๆ หัวปากกาจะมีการสึกหรอไปตามสภาพการใช้งาน และเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ปากกา iPad เรามี 5 ขั้นตอนดูแลแบบง่ายๆ มาแนะนำ

       1. ชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มก่อนแล้วค่อยใช้

         การชาร์จแบตเตอรี่ไปใช้ไปเป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่ของปากกา iPad เสื่อมเร็ว ดังนั้นถ้าปากกา iPad ของเราไม่รองรับการใช้งานขณะชาร์จไฟ แนะนำให้รอชาร์จให้เต็มก่อนแล้วค่อยใช้ต่อจะดีที่สุด 

         2. อย่ากดน้ำหนักที่ปากกามากจนเกินไป

          ตัวปากกา iPad ถูกออกแบบมาไวต่อการกดน้ำหนักหรือการแตะสัมผัส หากใครที่เป็นคนมือหนักหรือชอบกด ชอบเคาะปากกา จะพบปัญหาว่าหัวปากกาสึกหรือทู่ไว และยังทำให้เกิดรอยที่หน้าจออีกด้วย

         3. ระมัดระวังอย่าทำตกบ่อย

           แม้ว่าตัวปากการจะใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน แต่การทำตกบ่อยๆ ก็อาจส่งผลกระทับต่อวงจรภายในให้ขาดหรือเสื่อมไวได้ รวมถึงหัวปากกาหากตกกระแทกแรงๆ อาจะทำให้หัวสึกทู่เร็วยิ่งขึ้น 

         4. หัวสึกเปลี่ยนได้ ไม่ต้องซื้อใหม่

           หัวปากกา iPad ที่สึก หรือ ทู่ สามารถเปลี่ยนเองได้ ด้วยหัวปากกาที่แถมมาตอนซื้อหรือสั่งซื้อเฉพาะหัวที่ขายแยกมาเปลี่ยนเองได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้เหมือนได้ปากกา iPad อันใหม่แล้ว ยังช่วยประหยัดเงินได้มาก

         5. หมั่นเช็ดทำความสะอาด

          การทำความสะอาดปากกา iPad สามารถทำได้ด้วยการนำเอาผ้าชุดน้ำหมาดๆ เช็ดถูรอยเปื้อน และคราบสกปรกออกไป จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้ง แต่ไม่ควรฉีดด้วยสเปรย์น้ำหรือแอลกฮอล์ เพราะละอองอาจเข้าไปภายในอุปกรณ์ได้

        ไม่ว่าจะปากกา iPad ยี่ห้อไหนดียังไง ก็ควรพิจารณาเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งาน ซึ่งหากตัดฟังก์ชั่นที่เราไม่ได้ใช้ออกไปเราก็จะได้ปากกา iPad คุณภาพดี ในราคาที่สมเหตุสมผล อย่างปากกา iPad Genius Pencil รุ่น Pro Max ที่โดดเด่นด้วยหัวปากกาแบบเดียวกันกับ Apple pencil 2 พร้อมด้วยฟังก์ชั่นที่จำเป็นต่อการใช้งาน ในราคาที่ถูกและคุ้มค่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

LINE LOGO SVG